เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556  พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดการประชุมเสวนาระดับนานาชาติว่าด้วยหลักนิติธรรม (The Bangkok Dialogue on the Rule of Law) ในหัวข้อ “การเสริมสร้างหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และความมั่นคงเพื่อเป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาหลัง ค.ศ.2015” (Investing in the Rule of Law, Justice and Security for the Post-2015 Development Agenda) ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

งานเสวนา “The Bangkok Dialogue on the Rule of Law” ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกในประเทศไทยที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยจัดขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีกลุ่มผู้เข้าร่วมรับฟังการประชุมมาจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน องค์การระหว่างประเทศ ตลอดจน NGOs ในสาขาต่าง ๆ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิชาวไทย และคณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย

งานเสวนานี้ มีผู้นำประเทศและผู้เชี่ยวชาญด้านหลักนิติธรรมระดับโลกเข้าร่วมเวทีเสวนา ได้แก่ นายเชอริ่ง ต๊อบเกย์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน  ดร. อาร์ เอ็ม มาร์ตี้ มูเลียนา นาตาเลกาวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซียนายคัตสึยูกิ นิชิกาว่า ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น นายโฮเซ่ ราโมส ฮอร์ตา อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐติมอร์-เลสเต นายยูริ เฟโดทอฟ ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ และนายกาเร็ธ อีแวนส์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เครือรัฐออสเตรเลีย


การประชุมเสวนาระดับนานาชาติว่าด้วยหลักนิติธรรม “The Bangkok Dialogue on the Rule of Law” ในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยที่มีต่อการสนับสนุนหลักนิติธรรม เพื่อให้เกิดกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ เที่ยงธรรม และเป็นกลาง อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่างผู้ร่วมเสวนาระดับสูง เพื่อผลักดันการนำหลักนิติธรรมไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในระดับนานาชาติ ความเคารพต่อหลักนิติธรรมจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนภายหลังการเกิดความขัดแย้งใด ๆ นอกจากนี้ หลักนิติธรรมยังช่วยในการปกป้องสิทธิมนุษยชนและการเสริมสร้างการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

นอกจากงานเสวนาดังกล่าวจะสามารถสร้างคุณประโยชน์ในระดับประเทศแล้วนั้น ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักนิติธรรมที่มีต่อวาระการพัฒนาของสหประชาชาติภายหลัง ค.ศ. 2015 ในระดับนานาชาติอีกด้วย ทั้งนี้ยังถือเป็นการส่งเสริมการพัฒนาประเทศไทยและเศรษฐกิจไทยด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างความปรองดองระหว่างประชาชนภายในประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่แข็งแกร่งและมีความมั่นคงในสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริงโดยมีหลักนิติธรรมเป็นรากฐานที่สำคัญ