“โดยหลักเหตุและผลแล้ว ความโปร่งใสของภาครัฐจะเป็นยาต้านที่ดีของปัญหาคอร์รัปชัน ปัจจุบันธนาคารโลกเริ่มเสนอมุมมองว่าการทำเรื่องการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Government) น่าจะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้การทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นได้ยากหรือเกิดขึ้นน้อยลง ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลและพลเมืองดีขึ้น และช่วยส่งเสริมกลไกการแสดงความรับผิดรับชอบต่อสังคมของภาครัฐ จึงเสมือนการยิงกระสุนนัดเดียวได้ผลหลายต่อ” - ดร. พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ
ในเวทีเสวนาหัวข้อ “Open Government for Stronger Rule of Law” หรือ “ภาครัฐที่โปร่งใส เพื่อหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง” ผ่านแพลตฟอร์ม RoLD Xcelerate เครือข่ายผู้นำเพื่อสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 อัดนา คาราเมฮิก-โอตส์ ตัวแทนจากภาคีสมาชิกความร่วมมือเพื่อการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Government Partnership: OGP) กล่าวถึงคอนเซ็ปต์ของการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐไว้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีคำจำกัดความที่เป็นสากล แต่ส่วนใหญ่แล้วมีแนวคิดประกอบด้วย
“ความโปร่งใส” หมายถึงการส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในภาครัฐและเปิดเผยกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐในทุกระดับ
“การมีส่วนร่วม” หมายถึงการให้คุณค่ากับการมีส่วนร่วมตัดสินใจและกำหนดนโยบายของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ
“ความรับผิดชอบ” หมายถึงการสร้างกลไกและกระบวนการต่าง ๆ เพื่อทำให้หน่วยงานของรัฐมีความรับผิดชอบต่อประชาชนมากขึ้น ให้ประชาชนได้รับทราบถึงความก้าวหน้าของการบังคับใช้นโยบายต่าง ๆ
นั้นคือสิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐนั้นมีความสำคัญ เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเพียงใดในการบริหารจัดการประเทศ และเป็นส่วนที่สำคัญในการชี้วัดได้ว่า รัฐบาลนั้น ๆ มีธรรมาภิบาล มีหลักนิติธรรมในการบริหารประเทศหรือไม่ จึงเป็นหนึ่งในเกณฑ์การวัดหลักนิติธรรมของประเทศต่าง ๆ ของ World Justice Project ควบคู่ไปกับเกณฑ์อื่น ๆ เช่น การจำกัดอำนาจรัฐ การบังคับใช้กฎหมาย และความยุติธรรมทางอาญา เป็นต้น
คุณอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวถึงพัฒนาการของการสร้างรัฐบาลโปร่งใสในประเทศไทยว่า ที่ผ่านมามีความมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคี OGP คณะรัฐมนตรีมีมติตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งจริงๆ ประเทศไทยก็การผ่านเกณฑ์มีสิทธิเข้ารับเลือก (Eligibility) มาหลายปีแล้ว แต่ยังคงติดอยู่ที่เงื่อนไข Value Check ที่ OGP เริ่มนำมาใช้ประเมินสิทธิการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกตั้งแต่ปี 2560 โดยมี 2 เกณฑ์คือ การยอมให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม และการต่อต้านภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นการสำรวจการรับรู้ของคนที่มองเข้ามา เกี่ยวพันกับปัญหาข่าวการเมืองและการชุมนุมทางการเมือง ไทยจึงได้คะแนนในส่วนนี้ต่ำมาโดยตลอด และทำให้ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นสมาชิก OGP มาจนถึงปัจจุบัน
OGP ก่อตั้งขึ้นใน ปี 2011 ที่รัฐวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสของภาครัฐ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเพื่อการบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีจำนวนประเทศสมาชิก 75 ประเทศและรัฐบาลท้องถิ่น 150 แห่ง
จากเวทีเสวนาฯ พบว่าการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในประเทศไทย มีการดำเนินงานมานานตั้งแต่
- พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 (ปรับปรุงจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโดยวิธีประชาพิจารณ์ พ.ศ. 2539)
- มติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2555 ได้กำหนดองค์ประกอบที่สำคัญของหลักธรรมาภิบาลของการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีไว้หลายประการ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผย/ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ/ตรวจสอบได้ และหลักนิติธรรม
ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ คุณอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน คุณสุภอรรถ โบสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด คุณชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA และ คุณณัฐภัทร เนียวกุล หัวหน้าฝ่ายข้อมูลเปิดเพื่อความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม บริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนพัฒนาการของการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐประเทศไทย โดยอาจสรุปได้ดังนี้
การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน ซึ่งดำเนินการโดยภาครัฐเอง เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐ แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูล (Inform) การรับฟังความคิดเห็น (Consult) การเปิดเวทีให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม (Involve) การสร้างความร่วมมือในการดำเนินการกับภาครัฐ (Collaborate) และการเสริมอำนาจและศักยภาพของประชาชนให้เข้มแข็ง (Empower) โดยปัจจุบันมีศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (data.go.th) และมีการเปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณภาครัฐผ่านแพลตฟอร์ม “ภาษีไปไหน” (govspending.data.go.th) หรือในด้านการสร้างการมีส่วนร่วมก็ได้ร่วมกับสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) พัฒนาแพลตฟอร์ม “บอกเราถึงรัฐ” เป็นช่องทางรับฟังความเห็นเชิงนโยบายจากประชาชน
ขณะที่ DGA ได้ขับเคลื่อนเรื่องรัฐบาลดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2565 ประเทศไทยได้คะแนนดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ 0.766 คะแนน เป็นอับดับที่ 3 ในอาเซียน และจัดอยู่ในอันดับที่ 55 จาก 193 ประเทศ ขยับขึ้นมากเมื่อเทียบกับอันดับที่ 102 ในปี 2557
ทั้งยังมีการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐเพื่อภาครัฐ อย่างศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ และนวัตกรรมภาครัฐ
การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เมื่อข้อมูลภาครัฐอาจจะไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหา ก็ต้องอาศัยข้อมูลจากภาคเอกชนร่วมด้วย อย่างการสร้างระบบนิเวศภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย (Open Government & Meaningful Participation Ecosystem) ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐและภาคีเครือข่ายความร่วมมือ และการสร้างแรงจูงใจเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เช่นการแก้ประเด็นปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในภาคเกษตร
“จากฐานข้อมูลล่าสุดในเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2567 เราพบว่าจุดกำเนิดของปัญหา PM 2.5 ที่มีจำนวน จุดความร้อนสูงสุดคือ ภาคป่าไม้ รองลงมาคือภาคเกษตร ซึ่งการขยายผลของระบบนิเวศฯ ให้ใหญ่ขึ้น ต้องมีข้อมูล การชี้เป้าว่าตรงไหนที่ยังมีการเผา ตรงไหนต้องการเปลี่ยนพืช ตรงไหนต้องการรถเกี่ยว และที่สำคัญคือ ต้องมีภาคีเครือข่ายความร่วมมือ และกลไกสนับสนุน เช่น มาตรการลงทุนเพื่อชุมชนและสังคมที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น” ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน และประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ (อ.ก.พ.ร.) เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม
ขณะเดียวกัน ก็มีข้อมูลบางประเภทที่ภาคเอกชน พยายามจัดทำแพลตฟอร์มใหม่ๆขึ้นมาให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้ง่ายขึ้นกว่าที่รัฐเปิดไว้ เช่น ข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณ ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น การเปิดเผยข้อมูลจากภาคเอกชนจากกลุ่มเทคโนโลยีภาคประชาชน “WeVis” แพลตฟอร์ม Policy Watch แพลตฟอร์ม ACTAi ที่บริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อสร้างระบบนิเวศใหม่ให้ประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบการบริหารจัดการของภาครัฐได้
ข้อมูลจากเวทีเสวนาหัวข้อ “Open Government for Stronger Rule of Law” หรือ “ภาครัฐที่โปร่งใส เพื่อหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง” ผ่านแพลตฟอร์ม RoLD Xcelerate เครือข่ายผู้นำเพื่อสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 เวทีเสวนาในครั้งนี้ ประกอบด้วย ศ. (พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ที่ปรึกษาสถาบัน TIJ ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบัน TIJ คุณอัดนา คาราเมฮิก-โอตส์ ตัวแทนจาก OGP คุณอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน คุณสุภอรรถ โบสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด คุณชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA และคุณณัฐภัทร เนียวกุล หัวหน้าฝ่ายข้อมูลเปิดเพื่อความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม บริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด