ยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานและเพิ่มความพึงพอใจต่อการได้รับการเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ของเรา

รายละเอียดเพิ่มเติม

TIJ ร่วมกับ KRAC และภาคีความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดงาน “ประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านนวัตกรรมในการต่อต้านคอร์รัปชันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 3 (The Third International Conference on Anti-Corruption Innovations in Southeast Asia)” ระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคม 2568 เพื่อสนับสนุนการใช้นวัตกรรมและกลยุทธ์ต่อต้านการคอร์รัปชันยุคใหม่ และผลักดันวาระการขับเคลื่อนหลักนิติธรรมอย่างต่อเนื่อง

 

 

การจัดงานในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) Chandler Institute of Governance และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการต่อต้านคอร์รัปชันข้ามพรมแดน และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ  ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ออกแบบนโยบาย และผู้ปฏิบัติงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน

 

 

ในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก สุวณา สุวรรณจูฑะ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน โดยได้กล่าวถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่จะมีความสำคัญในการยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชันในอนาคต

 

 

ด้าน ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมโดยย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปเชิงระบบเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมชี้ให้เห็นว่าการทุจริตเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างจากระบบที่เอื้อให้เกิดการทุจริต ทางออกหนึ่งที่เป็นไปได้คือการร่วมกันสนับสนุนให้มีระบบนิเวศต่อต้านการทุจริตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเปิด ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ดังเช่นที่ HAND Social Enterprise, ActAI และ WeVis ทำเรื่อง 25 ชุดข้อมูลเปิดภาครัฐ

 

 

ผู้อำนวยการ TIJ กล่าวต่อไปด้วยว่า ทุกภาคส่วนในสังคมจำเป็นต้องร่วมมือกัน เพื่อออกแบบระบบที่ส่งเสริมความซื่อสัตย์และป้องกันการทุจริตนี้ และมุ่งหวังให้การประชุมครั้งจะนำไปสู่การร่วมมือ การสร้างนวัตกรรม และการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน

 

 

นอกจากนี้ เดลฟีน ชานซ์ ผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC Regional Representative for Southeast Asia and the Pacific) และ ดร.ศรีรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก World Justice Project ได้ร่วมกล่าวปราศรัยโดยเน้นถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ การส่งเสริมความยุติธรรม และการร่วมกันสนับสนุนนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน เช่น เทคโนโลยี AI การใช้ข้อมูลเปิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วย

 

 

สำหรับประเด็นในการประชุมครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 6 หัวข้อสำคัญ ได้แก่

(1) ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและตรวจสอบโครงการภาครัฐ

(2) พลังคนรุ่นใหม่และการศึกษาในภารกิจต่อต้านคอร์รัปชัน

(3) ธรรมาภิบาลและจริยธรรมในภาครัฐ การเมือง และตุลาการ

(4) ความโปร่งใส ผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริง และเทคโนโลยีใหม่ – ความเสี่ยงและโอกาส

(5) การใช้ Open Data เพื่อติดตามนักการเมืองและบุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมือง (PEPs)

(6) ความซื่อสัตย์และมาตรฐานจริยธรรมในกระบวนการยุติธรรม

 

 

จากการแลกเปลี่ยนดังกล่าว ผู้ร่วมงานในแต่ละเวทียังได้ร่วมกันสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงปฏิบัติ (actionable recommendations) ที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นโครงการจริง พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาคและนานาชาติ

 

 

ต่อมาในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 เพื่อต่อยอดผลลัพธ์จากเวทีประชุมนานาชาติ TIJ ยังได้จัดกิจกรรม Non-State Actor Roundtable on Anti-Corruption in Southeast Asia โดยในภาคเช้าจัดทำ Focus Group รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากอาเซียนเพื่อระดมความคิดเห็น ต่อยอดเป็นการนำเสนอ (policy recommendations) ด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน และในภาคบ่ายได้จัด “การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนานโยบายด้านหลักนิติธรรมของประเทศไทย ด้านการปลอดทุจริตคอร์รัปชันและการสร้างรัฐบาลเปิด” ร่วมกับ World Justice Projecct เพื่ออัปเดตข้อเสนอเชิงนโยบายของประเทศไทย โดยเป็นการสานต่อจากเวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การประเมินผลและการใช้ดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมจาก World Justice Project (WJP): ระเบียบวิธีวิจัยและบทเรียนจากประเทศต่าง ๆ” ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ด้วย

 

 

การจัดงานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 260 คน จากหน่วยงานยุติธรรมไทย เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันในภูมิภาค องค์กรระหว่างประเทศ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม สื่อ และเยาวชน

 

 

ผู้สนใจสามารถรับชมการประชุมฯ ย้อนหลัง ได้ที่ Facebook : KRAC Corruption หรือที่ website 
Back
chat