ยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานและเพิ่มความพึงพอใจต่อการได้รับการเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ของเรา

รายละเอียดเพิ่มเติม
สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับเครือข่าย กกร. Zero Corruption และ “เพื่อนไม่ทน” จัดวงเสวนาโต๊ะกลมแบบปิด (Closed-door Dialogue) ในหัวข้อ “ปิดห้องเคลียร์ปม: ปราบทุจริตเชิงโครงสร้าง สู่แนวทางการขับเคลื่อนจริง” เมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย
 
 
 
กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการเปิดใจสะท้อนปัญหา (Pain Points) แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี (Good Cases) และสร้างพันธสัญญา (Commitments) ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ เข้าร่วม 68 คน
 
 
ในโอกาสนี้ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน กล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเรียกรับสินบนในกระบวนการอนุญาตของภาครัฐ เป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับ ความเชื่อมั่นและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมผลักดันการใช้ Data และเทคโนโลยี เพื่อลดการใช้ดุลพินิจ สร้างระบบราชการที่โปร่งใส และขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงระบบผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
 
 
 
ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ ร่วมกล่าวต้อนรับ โดยระบุถึงการจัดเวทีในรูปแบบ Closed-door Dialogue ครั้งนี้ว่าเป็นการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ที่ทุกฝ่ายสามารถสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันมองหาทางออกอย่างตรงไปตรงมา นำไปสู่การสร้างสังคมที่โปร่งใส ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ต่อเนื่อง ที่สามารถเปลี่ยนบทสนทนาให้เป็นการลงมือทำ เปลี่ยนความตั้งใจให้เป็นความร่วมมือ และเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายให้เป็นผลลัพธ์ที่ประชาชนและภาคธุรกิจสัมผัสได้จริง
 
 
นายปกรณ์ นิลประพัทธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีทัศน์ในหัวข้อ “เมื่อโลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ เร่งปฏิรูปภาครัฐให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ” โดยระบุว่า ปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาที่ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถก้าวหน้าได้ สิ่งที่ต้องทำอย่างยิ่งคือการปราบปรามและลดต้นตอการทุจริตให้ได้ พร้อมย้ำว่า ที่สำคัญคือรัฐต้องปรับกระบวนการทำงานให้โปร่งใส มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการทำงาน และช่วยให้การทำงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันและขจัดการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในระบบได้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐที่เกี่ยวข้องกับ Digital Government, Open Government และการปฏิรูปการทำงานภาครัฐ ก่อนสรุปว่า Trust in Government เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
 
 

Key Takeaways จากวงเสวนา Closed-door Dialogue

 
 
ในเวทีครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. สุรงค์ บูลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบาย อาทิ การนำเสนอ Good Cases & Tools Showcase โดย พันทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นำเสนอแนวทางลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคเอกชนและยกเลิกเงินรางวัลสำหรับผู้บริหาร พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำเสนอระบบจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ และการใช้ Data ตรวจสอบนอมินีและบัญชีม้า ขณะที่ อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นำเสนอการใช้ AI Image Search และระบบ Fast Track ที่ช่วยลดระยะเวลาการพิจารณาจาก 10 เดือน เหลือเพียง 3 เดือน เป็นต้นแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับความโปร่งใสและลดความเสี่ยงด้านการทุจริตในภาครัฐ
 
 
 
ข้อมูลเชิงลึกจากการประชุมครั้งนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการวางแผนกลยุทธ์ต่อต้านการทุจริต การนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และจัดทำแผนการดำเนินงาน (Roadmap) เพื่อขยายผลความร่วมมือสู่การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับหลักนิติธรรมตามมาตรฐานสากล ที่ไม่เพียงช่วยขอนำพาประเทศไทยเข้าสู่ OECD แต่คือการสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคง คุ้มครองสิทธิ และคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง
Back
chat