ยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานและเพิ่มความพึงพอใจต่อการได้รับการเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ของเรา

รายละเอียดเพิ่มเติม
"การสนับสนุนผู้ก้าวพลาดคืนสู่สังคมต้องเริ่มต้นตั้งแต่ในเรือนจำ ไม่ใช่หลังได้รับอิสรภาพ เพราะการรอจนถึงวันสุดท้ายของการคุมขังเพื่อเตรียมความพร้อมนั้น... สายเกินไป"
 
 
ดร. พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวผ่านวิดีทัศน์ในที่ประชุมกิจกรรมคู่ขนาน หัวข้อ “Approaches to Reducing Reoffending through Treatment and Social Reintegration Support in Correctional Facilities” ในการประชุม CCPCJ ครั้งที่ 35 วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
 
 

 
 
TIJ ตระหนักถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์เกียวโต หรือ “Kyoto Model Strategies” เพื่อการส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) และการกลับคืนสู่สังคม (Reintegration) ของผู้กระทำผิด เพื่อเป็นแนวทางในการลดการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งได้รับมติเห็นชอบโดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 และมุ่งมั่นที่จะนำยุทธศาสตร์ดังกล่าว กอปรกับมาตรฐานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเข้ามายกระดับกระบวนการยุติธรรมไทย ดังการริเริ่มโครงการโรงเรียนตั้งต้นดี หรือ “Restart Academy” ที่เป็นการประสานความร่วมมือจากพันธมิตรกว่า 40 องค์กรจากภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมในการให้ความช่วยเหลือผู้ก้าวพลาด ให้มีทักษะชีวิตและอาชีพ สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
 
ผู้อำนวยการ TIJ ย้ำถึงบทเรียนจากการดำเนินงานของโรงเรียนตั้งต้นดีว่า เป็นผลมาจากความร่วมมือร่วมใจในการให้ความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนปล่อยตัวออกจากเรือนจำ และการมุ่งเน้นการบริหารจัดการโครงการที่สามารถตรวจสอบ ประเมินผล และขยายผลได้จริง ทั้งยังระบุด้วยว่า TIJ พร้อมจะร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อแบ่งปันประสบการณ์การนำยุทธศาสตร์เกียวโตไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
Back
chat