ยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานและเพิ่มความพึงพอใจต่อการได้รับการเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ของเรา

รายละเอียดเพิ่มเติม

“คอร์รัปชันเป็นศัตรูของการใช้อำนาจในขอบเขต”

 

ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าว เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา ระหว่างร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะในงานเสวนา ออกแบบประเทศไทย: "รัฐโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน" ซึ่งจัดโดยศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) Thai PBS ร่วมกับภาคีเครือข่ายกว่า 40 องค์กร เพื่อระดมสมองหาทางออกเชิงโครงสร้างในการแก้ไขปัญหาทุจริตในประเทศไทย 

 

 

คอร์รัปชัน: ศัตรูของหลักนิติธรรมและข้อตกลงมหาชน

 

ในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการ TIJ ระบุว่าที่ผ่านมาภาครัฐมีความพยายามในการปราบปรามการทุจริตผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนหลักนิติธรรม และการผลักดันนโยบายข้อมูลเปิด (Open Data) แม้จะมีความคืบหน้าในแง่การประสานงานระหว่างภาคส่วน แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้การแก้ไขทุจริต “ติดเพดาน” คือ การขาดเจตจำนงทางการเมือง (Political Will)

 

 

“การเลือกตั้งคือจังหวะเวลาสำคัญในการสร้างแรงจูงใจทางการเมือง แต่การต่อต้านคอร์รัปชันไม่ได้จบแค่ที่คูหาเลือกตั้ง หากแต่ต้องปลูกฝังอยู่ในสำนึกของพลเมือง (Citizen) อย่างยั่งยืน” 

 

 

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการ TIJ ยังได้ชี้ให้เห็นว่าความโปร่งใสและข้อมูลคือ "อำนาจรัฐ" รูปแบบหนึ่ง ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาที่รัฐทำไว้กับประชาชนว่าจะใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้นรัฐจึงต้องมี ความรับผิดชอบ (Accountability) หากล้มเหลวในการรักษาความโปร่งใส ประชาชนจะสูญเสียความเชื่อมั่นต่อระบบในที่สุด

 

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: “เปิดเป็นหลัก ปิดเป็นข้อยกเว้น”

 

 

ในเวทีเสวนาซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน อาทิ ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ, รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค และตัวแทนภาคธุรกิจ ได้มีการสรุปประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะที่สำคัญ ดังนี้

 

  1. ทลายข้อจำกัดด้านกฎหมาย: แม้ไทยจะมีกฎหมายที่ครอบคลุม แต่การบังคับใช้ยังติดขัด เช่น การนำกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มาเป็นข้ออ้างในการไม่เปิดเผยข้อมูล ทั้งที่ข้อมูลกว่า 90% สามารถเปิดเผยได้

  2. ปฏิรูปโครงสร้างลดดุลยพินิจ: ปรับลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐ และแก้ไขกฎหมายที่ให้อำนาจใช้ดุลยพินิจมากเกินไป เพื่อลดช่องว่างการเรียกรับผลประโยชน์

  3. มาตรการระยะสั้นและยาว:

    • ระยะสั้น: เร่งเปิดข้อมูล 25 ชุดตามมติ ครม. และผลักดันการกิโยตินกฎหมาย (Regulatory Guillotine)

    • ระยะยาว: ปรับปรุง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ ให้ยึดหลัก “เปิดเป็นหลัก ปิดเป็นข้อยกเว้น” และพัฒนาระบบเตือนภัยเชิงรุกเพื่อตรวจจับสัญญาณคอร์รัปชันตั้งแต่ระยะเริ่มแรก

 

 

สกัด “ทุนสีเทา” ปกป้องเศรษฐกิจและธรรมาภิบาลไทย

 

 

ในวันเดียวกัน นายสถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา หัวหน้าฝ่ายสื่อสารและดูแลภาพลักษณ์องค์กร TIJ ได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “สกัดเส้นเงิน ทุนสีเทา” โดยระบุถึงอันตรายของกระบวนการฟอกเงินจากธุรกิจผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งการสร้างภาวะฟองสบู่ในราคาสินทรัพย์ และการตัดราคาคู่แข่งในตลาดที่กระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย

 

ที่สำคัญที่สุด ปัญหานี้บั่นทอนธรรมาภิบาลในตลาดทุนและทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ TIJ จึงมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักและร่วมเสนอแนวทางป้องกันเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน

Back
chat