ยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานและเพิ่มความพึงพอใจต่อการได้รับการเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ของเรา

รายละเอียดเพิ่มเติม
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนประเด็นนโยบายที่สำคัญด้านความยุติธรรม (Justice) ภายใต้การจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan: NAP) ของประเทศไทย ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ.ร. และผ่านระบบออนไลน์ โดยมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่ปรึกษาสภาลมหายใจกรุงเทพ เป็นประธานคณะทำงาน และนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นรองประธานคณะทำงาน พร้อมด้วยนายธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. นายพิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพโครงการ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะต่อโครงการภายใต้ร่างแผน NAP พ.ศ. 2570–2573 ในประเด็นนโนบายด้านความยุติธรรม (Justice) ซึ่งการประชุมครั้งนี้สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
 

“Justice Needs” สู่ “Justice Solution”

 

 

 
สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) นำเสนอ “โครงการขับเคลื่อนระบบยุติธรรมที่ตอบโจทย์ประชาชนด้วยข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ (Justice Needs to Justice Solution)” ซึ่งมุ่งพัฒนาระบบข้อมูลความต้องการด้านความยุติธรรมระดับประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานในการออกแบบนโยบายและบริการที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
 
 
โครงการมุ่งขับเคลื่อนจาก “การเก็บข้อมูล” ไปสู่ “การแก้ปัญหา” โดยครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาปัญหาและความต้องการด้านความยุติธรรมของประชาชน การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อค้นหาช่องว่างและปัญหาเชิงระบบ การร่วมออกแบบแนวทางแก้ไขระหว่างหน่วยงานและประชาชน ตลอดจนการนำแนวทางไปทดลองดำเนินการและติดตามผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง
 
 
นอกจากนี้ จะยกระดับแบบสำรวจและตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับกรอบ OECD และมาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลเปิด และความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยเฉพาะด้านการเข้าถึงความยุติธรรมและการพัฒนาระบบยุติธรรมที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง 
 
 

จาก “ปัญหาของประชาชน” สู่แผนที่ช่องว่างด้านความยุติธรรม

 
การดำเนินงานจะวิเคราะห์ข้อมูลครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ ความต้องการด้านความยุติธรรม เส้นทางและอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ บริการด้านความยุติธรรมที่มีอยู่ และช่องว่างระหว่างความต้องการของประชาชนกับบริการของรัฐ โดยในปี 2570 จะดำเนินการสำรวจประชาชนประมาณ 4,500 คน ครอบคลุม 7 ภูมิภาค และปัญหาความยุติธรรม 11 กลุ่ม เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาเป็นแผนที่ความต้องการและช่องว่างด้านความยุติธรรม ซึ่งจะช่วยให้เห็นตั้งแต่พื้นที่ที่มีปัญหา บริการที่มีอยู่ จุดติดขัดของประชาชน ช่องว่างของระบบ ตลอดจนความสามารถในการเข้าถึงบริการในแต่ละพื้นที่
 

แผนดำเนินงานปี 2570–2573

 
???? ปี 2570 สำรวจข้อมูลพื้นฐานระดับประเทศ พัฒนามาตรฐานการสำรวจและแผนที่ความต้องการด้านความยุติธรรม พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย
???? ปี 2571 สำรวจเจาะลึกกลุ่มประชากรและพื้นที่ที่มีปัญหา พร้อมร่วมออกแบบแนวทางแก้ไขกับหน่วยงานและประชาชน
???? ปี 2572 ทดลองแนวทางหรือนโยบายในพื้นที่นำร่อง พร้อมติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน
???? ปี 2573 ประเมินผลกระทบ สรุปบทเรียน พัฒนาศักยภาพหน่วยงาน และวางระบบข้อมูลให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง
 
 
 
จากนั้น คณะทำงานได้ให้คำแนะนำในการดำเนินงานต่อไป โดยระบุว่าควรให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การสะท้อนปัญหา การร่วมวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจสอบและยืนยันผลสำรวจ ตลอดจนการร่วมออกแบบแนวทางแก้ไข เพื่อให้ข้อมูลที่ได้ไม่เพียงสะท้อนภาพรวมระดับประเทศ แต่สามารถอธิบายปัญหาและบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
 
 
ตลอดจนมีการเชื่อมโยงผลสำรวจกับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยคัดเลือกประเด็นและพื้นที่นำร่องเพื่อทดลองแนวทางแก้ไข เช่น จังหวัดน่านและเชียงใหม่ โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งด้านที่ดิน ป่า และการใช้ทรัพยากรระหว่างประชาชนกับภาครัฐ รวมถึงประเด็นความเป็นธรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ภาระภาษีที่ดินในพื้นที่ที่ประชาชนมีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์หรือพัฒนาที่ดิน เพื่อแสดงให้เห็นว่าข้อมูลสามารถนำไปสู่การปรับปรุงนโยบายและบริการของรัฐได้จริง
 
 
ส่วนการออกแบบการสำรวจให้ออกแบบให้มีความยืดหยุ่น สามารถเพิ่มเติมคำถามหรือประเด็นเฉพาะให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่และกลุ่มประชากร เพื่อให้สามารถค้นหาสาเหตุของปัญหาและช่องว่างในการเข้าถึงความยุติธรรมได้ลึกกว่าการสำรวจในภาพรวม รวมทั้งปรับการสื่อสารผลการสำรวจและการดำเนินโครงการให้ประชาชนเข้าใจง่าย ลดการใช้ภาษาวิชาการ และทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าข้อมูลด้านความยุติธรรมจะช่วยแก้ปัญหาของประชาชนได้อย่างไร รวมทั้งควรสื่อสารผลการดำเนินงานกลับไปยังประชาชน เพื่อให้เห็นผลที่เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วม
 
 
ผลจากการประชุมครั้งนี้จะได้รับการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารภาครัฐระบบเปิด (MSF) เพื่อร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขข้อจำกัดและสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการภายใต้แผน NAP ให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
Back
chat