“โครงสร้างองค์กรมักเป็น “ระบบที่มองข้ามเรื่องเพศ” ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดและอคติโดยไม่ตั้งใจ เครื่องมือนวัตกรรม เช่น Design Thinking และ Strategic Foresight จะช่วยให้เราหยุดค้นหาเพียงในเอกสารงานวิจัย และหันมาใช้การวิเคราะห์ข้อมูลที่มีเพื่อระบุจุดที่ต้องแก้ไขอคติในระบบ”

ดร. พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวระหว่างร่วมเป็นวิทยากร ในหัวข้อการสร้างการมีส่วนร่วมเชิงเพศภาวะในกระบวนการยุติธรรม บนเวทีวันสตรีสากลระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประจำปี 2569 ในธีม “สิทธิ ความยุติธรรม การปฏิบัติ เพื่อผู้หญิงและเด็กทุกคน” จัดโดยคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) และองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) หรือองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล หรือวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี


ในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการ TIJ ได้กล่าวถึงแนวทางการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรในระบบยุติธรรม โดยอ้างอิงงานวิจัยของ TIJ เรื่อง "Women as Justice Makers: Perspectives from Southeast Asia" (2016) ซึ่งศึกษาประสบการณ์ของผู้หญิงในภาคยุติธรรม และได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าของประเด็นนี้ โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเพื่อการสร้างความเป็นธรรมที่คำนึงถึงมิติทางเพศนั้นต้องอาศัยสองส่วนหลัก คือ โครงสร้างและกรอบแนวคิด กล่าวคือโครงสร้างเชิงสถาบันนั้นมักยึดหลักความเป็นกลางโดยไม่ได้คำนึงถึงความอ่อนไหวต่อมิติทางเพศ

ดร.พิเศษ ย้ำด้วยว่าความอ่อนไหวต่อมิติทางเพศ ต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกรอบความคิดร่วมกันในระดับสังคม ผ่านการใช้แนวทางที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (people-centered justice approach) ในทางปฏิบัติ

อีกทั้งเสนอว่า ประเทศไทยควรจะมีการเพิ่มสัดส่วนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหญิง โดยเฉพาะด่านแรกที่ผู้หญิงจะเข้ามาข้องเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม โดยงานวิจัยหลายชิ้นชี้ชัดว่าการมีเจ้าหน้าที่หญิงนั้นส่งผลให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้ดีขึ้น