ยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานและเพิ่มความพึงพอใจต่อการได้รับการเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ของเรา

รายละเอียดเพิ่มเติม

หลักนิติธรรม คือรากฐานของความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ เพราะเมื่อกฎหมายมีความเป็นธรรม โปร่งใส และคาดการณ์ได้ จะช่วยลดความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และส่งเสริมการลงทุนระยะยาว

 

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าว ระหว่างร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อ Why Should Governments and Businesses Invest in the Rule of Law and Justice? What Is the Return on Investment?” เวที Pacific Business Forum on the Rule of Law ที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จัดขึ้นโดย The World Justice Project (WJP) เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

 

 

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ ยังได้ย้ำถึง WJP Rule of Law Index ด้วยว่า เป็นเครื่องมือช่วยทำให้หลักนิติธรรมเป็นสิ่งที่สามารถวัดและประเมินได้เชิงระบบ และย้ำว่า การเสริมสร้างหลักนิติธรรมอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง

 

การประชุมครั้งนี้ นอกจากประธานคณะกรรมการ TIJ ยังมี อัญชลี ชาลีจันทร์ กรรมการ TIJ สุรงค์ บูลกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการ TIJ ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงคณะผู้บริหารจาก TIJ ร่วมประชุมเพื่อสะท้อนมุมมองเชิงนโยบายและประสบการณ์เชิงปฏิบัติด้วย

 

ความร่วมมือข้ามภาค – กุญแจสู่ความมั่นคง

 

 

ในวงเสวนาหัวข้อ “Partnership through Rule of Law Investment — Experiences of Collaboration between Government and Business” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนแนวคิด และบทเรียนการทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับหลักนิติธรรมให้เป็น “การลงทุน” ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริงต่อเศรษฐกิจและสังคม ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านความร่วมมือภาคธุรกิจกับภาครัฐในการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่นของระบบ และ อัญชลี ชาลีจันทร์ กรรมการ TIJ ได้ร่วมทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ (Facilitator)

 

 

ผยง กล่าวว่า “หลักนิติธรรม” คือฐานสำคัญของการฟื้นฟูความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว พร้อมยกตัวอย่างแนวทางการทำงานเชิงปฏิบัติผ่านแพลตฟอร์ม Reinvent Thailand ซึ่งเป็นพื้นที่ความร่วมมือรัฐ–เอกชนเพื่อร่วมออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายที่ให้ผลลัพธ์จริง โดยใช้แนวทางการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven) ความเป็นเจ้าภาพร่วม (ownership) และการติดตามผลด้วยตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจน พร้อมชี้ว่า ความโปร่งใสจากข้อมูลภาครัฐ (Open Government/Data) จะช่วยเพิ่มความรับผิดรับชอบ ลดความเสี่ยงจากกฎระเบียบซ้ำซ้อน ไม่เชื่อมโยง และนำไปสู่การเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืน

 

เวทีแรกหลักนิติธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก

 

 

ด้าน Dr. Alejandro Ponce ผู้อำนวยการ WJP กล่าวในพิธีเปิดว่าเวทีประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อเน้นย้ำว่าหลักนิติธรรมเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจและจำเป็นจะต้องจัดเวทีนี้เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อการร่วมกันพัฒนาระบบกฎหมายและสังคมที่ประชาชนเชื่อมั่นและเคารพในหลักกติกาเดียวกัน อันจะเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพและความมั่นคงในระยะยาว

 

ทั้งนี้ เวที Asia-Pacific Business Forum on the Rule of Law เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อน “การลงทุนในหลักนิติธรรม” ในฐานะรากฐานของความเชื่อมั่น การลดความเสี่ยง และการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยใช้หลักการแบบ Chatham House Rule เพื่อเปิดพื้นที่การแลกเปลี่ยนอย่างตรงไปตรงมา และมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 คน จาก 17 ประเทศ ประกอบด้วย ผู้บริหารจากภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบายด้านกฎหมาย และความยุติธรรมจากภาครัฐ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจากภาคประชาสังคม

 

 

การเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทย ในการยกระดับหลักนิติธรรมไทยให้เข้มแข็ง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งถือเป็น “การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์” ที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต่อไป

Back
chat