ไทยกำลังเผชิญปัญหาอะไรบ้าง ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ประเทศกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล: ความเชื่อมั่น? ความสามารถในการแข่งขัน? คุณภาพการกำกับดูแลประเทศ? การคอร์รัปชัน? ประเด็นปัญหาทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการขาด “หลักนิติธรรม” โครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ
หลักนิติธรรมนั้นคือการที่กฎหมายมีความชัดเจน สามารถบังคับใช้ได้เสมอภาค สามารถคาดการณ์ได้ ไม่ใช่อำนาจที่ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง จำกัดการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ ที่สำคัญคือการสร้างสังคมที่ประชาชนได้มีส่วนร่วม ติดตามและตรวจสอบได้

ด้วยเหตุนี้ เวทีสาธารณะด้านหลักนิติธรรม “The Rule of Law Special Forum: Reinvent Thailand — Reform the Rule of Law” ยกระดับหลักนิติธรรม ยกเครื่องประเทศไทย จึงได้รับการจัดขึ้น เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เพื่อเปิดพื้นที่การแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบสำหรับผู้ที่มีโอกาสจะก้าวขึ้นมาเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยมุ่งยกระดับการอภิปรายจากการระบุปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การพิจารณาทางเลือกเชิงโครงสร้างที่เป็นรากฐานของประเทศ

เวทีเริ่มต้นด้วย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ฉายภาพรวมสถานการณ์และจุดเปราะบางของหลักนิติธรรมไทย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันต่อความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ประเทศกำลังเผชิญ จากนั้นจึงเป็นการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เชิงนโยบายแก่ผู้แทนจากพรรคการเมืองที่เข้าร่วม ภายใต้กรอบคำถามเดียวกัน โดยมี ดร. ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวสำนักข่าว THE STANDARD และ วริษฐา นาครทรรพ ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน โรงเรียนนานาชาติบางกอกแพรพ เป็นผู้ดำเนินรายการ

ตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วมเวทีสนทนา ได้แก่
- นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
- ดร.พรชัย มาระเนตร์ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์
- นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการปฏิรูปรัฐ พรรคประชาชน
โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนกันใน 3 ประเด็น ดังนี้
- นำเสนอวิสัยทัศน์ด้านหลักนิติธรรม ตั้งแต่โครงสร้างของประเทศในด้านการคุ้มครองประชาชนอย่างเท่าเทียม การมีกติกาที่เอื้อการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรม การมีกลไกตรวจสอบการใช่อำนาจรัฐ และความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม
- การแปลงวิสัยทัศน์เป็นท่าทีเชิงนโยบาย และพันธสัญญาที่ประชาชนจะสามมารถยึดถือและติดตามผลได้ โดยเป็นการตอบคำถามในด้านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ได้แก่ กฎระเบียบและการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและปกป้องระบบเศรษฐกิจจากอิทธิพลทุนเทาและอำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งความเหมาะสมในการจัดตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
- นโยบายเฉพาะสำหรับประเด็นที่ประชาชนต้องเผชิญในชีวิตจริง ทั้งการดำเนินธุรกิจภายใต้กติกาที่เป็นธรรม การแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน โดยเชื่อมโยงประเด็นเหล่านี้เข้ากับคำถามเชิงโครงสร้างด้านมาตรฐานหลักนิติธรรม ความโปร่งใส และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว



ทั้งนี้ ในหัวข้อที่ 2 และ 3 ได้รับเกียรติการตั้งคำถามจาก เกรียงไกร เธียรนุกุลประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.มานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ธนวิชญ์ ต้นกันยา นายกสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการ ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) นายสัตวแพทย์ ดร. บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิโลกสีเขียว นักวิจัย คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา หัวหน้าฝ่ายสื่อสารและดูแลภาพลักษณ์องค์กร TIJ




เวทีนี้จัดขึ้นโดยองค์กรร่วมจัด ได้แก่ The Rule of Law and Development Program (RoLD) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) และสำนักข่าว The Standard และสนับสนุนโดย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) มูลนิธิเพื่อคนไทย Hand Social Enterprise และศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค หรือ Knowledge hub for Regional Anti-corruption and good governance Collaboration (KRAC)


คณะผู้จัดหวังให้เวทีสนทนาสาธารณะด้านหลักนิติธรรมครั้งนี้ตั้งอยู่บนฐานของสาระเชิงนโยบายและประโยชน์สาธารณะ เพื่อให้สังคมสามารถพิจารณาแนวทางการยกระดับหลักนิติธรรมบนฐานเหตุผลและข้อมูลที่เปรียบเทียบกันได้ และสนับสนุนการติดตาม ตรวจสอบ และการพัฒนาระบบหลักนิติธรรมของประเทศอย่างต่อเนื่อง