TIJ ร่วมกับภาคี เปิดพื้นที่เวทีเสวนา "ปรสิตเศรษฐกิจไทย ทุนผูกขาด แพลตฟอร์มต่างชาติ อำนาจสีเทา" ที่รวบรวมตัวแทนจาก 5 พรรคการเมืองหลักมาร่วมตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เป็นธรรม เพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย

เวทีดีเบตนโยบายครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569 ที่อาคาร TIJ โดยสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย (Thai Startup) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (ThaiPBS) โดยมุ่งตอบคำถามเชิงนโยบายใน 4 ประเด็นสำคัญ ทุนผูกขาด-แพลตฟอร์มต่างชาติ-อำนาจสีเทา-โอกาสด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีผู้แทนจากพรรคการเมือง ได้แก่


• ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์
• อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ตัวแทนจากพรรคประชาชน
• ฉัตริน จันทร์หอม ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย
• เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ ตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย
• มารุต ชุมขุนทด ตัวแทนจากพรรคกล้าธรรม
จากคำถามของผู้ประกอบการจริงและผู้เชี่ยวชาญกว่า 16 ท่าน ผู้ร่วมอภิปรายได้ร่วมแลกเปลี่ยนเพื่อหาทางออก ใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่
1. สแกมเมอร์ การขจัดเศรษฐกิจนอกระบบ และอาชญากรรมข้ามชาติ
มูลค่าความเสียหายจาก "ทุนสีเทาและแก็งสแกมเมอร์" กว่า 8 ล้านล้านบาทต่อปี สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์และเจตจำนงทางการเมือง เวทีเสวนาเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับการจัดการปัญหาแบบบูรณาการ (Integrated Approach) ตั้งแต่การตัดวงจรฟอกเงินไปจนถึงการกำกับดูแลแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ปล่อยให้มีโฆษณาผิดกฎหมาย
2. อธิปไตยดิจิทัลและธรรมาภิบาลทางภาษี (Digital Governance)
ปัญหาการไหลออกของเงินทุนผ่าน "แพลตฟอร์มต่างชาติ" ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นเร่งด่วน โดยพบว่าสินค้ากว่า 70% บน E-commerce เป็นสินค้าข้ามชาติที่เข้าสู่ตลาดโดยปราศจากการกำกับดูแลด้านภาษีและมาตรฐานสินค้าที่ทัดเทียมกับผู้ผลิตในไทย เวทีนี้จึงเสนอให้มีการปฏิรูปกฎหมายดิจิทัลเพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม (Level Playing Field) ให้คนที่ทำถูกต้อง ไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่า

3. การส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม (Fair Competition)
ที่ประชุมเน้นย้ำถึงปัญหา "ทุนผูกขาด" ที่ปิดกั้นโอกาสของคนตัวเล็ก โดยเฉพาะประเด็น "เครดิตเทอม" (Credit Term) ที่ยาวนานเกินควร ซึ่งสร้างภาระต้นทุนทางการเงินให้แก่ SME และ Startup อย่างไม่เป็นธรรม ข้อเสนอคือการออกกฎหมายควบคุมระยะเวลาการชำระเงินที่ชัดเจน เพื่อรักษาสภาพคล่องและสร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถแข่งขันได้ในกติกาที่เสมอภาค
4. โอกาสสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลและวัฒนธรรม : ยุทธศาสตร์ New S-Curve และอนาคตเศรษฐกิจ
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านคือการสร้าง "เครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่" ผ่านงานวิจัยและการพัฒนา โดยเฉพาะในด้าน BioTech, DeepTech และ AI แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ "ปัญหาโครงสร้าง" ใน 3 ข้อข้างต้นได้รับการแก้ไขเสียก่อน เพื่อเปิดพื้นที่ให้นวัตกรไทยได้มีโอกาสเติบโตบนระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์อย่างแท้จริง
.jpg)
.jpg)
ในช่วงท้าย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการ TIJ กล่าวสรุปว่า “หลักนิติธรรมเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็น แต่มีความสำคัญที่ภาคสังคมและการเมืองต้องร่วมมือกันส่งเสริมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยต่อไป”
