ยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานและเพิ่มความพึงพอใจต่อการได้รับการเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ของเรา

รายละเอียดเพิ่มเติม

 

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เชื่อมั่นในแนวคิด “ความยุติธรรมที่มีคนเป็นศูนย์กลาง” (People-Centered Justice) และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกคนเพื่อออกแบบชีวิตและอนาคตได้อย่างเท่าเทียม

 


ล่าสุด TIJ ร่วมสนับสนุนการจัดเวทีแลกเปลี่ยน “OpenGov for Citizen พลเมืองเคลื่อนรัฐ” ครั้งที่ 5 ในหัวข้อ Share the Vision, Shape the Future @ Bang Kachao ร่วมคิดภาพฝัน ร่วมสร้างสรรค์อนาคตบางกะเจ้า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ณ อุ่นใจริเวอร์ไซด์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยมี นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วยนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. และ น.ส.อรพรรณ สุวรรณวัฒนกุล ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ สำนักงานประเทศไทย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่

 

 

5 ยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่าน “คุ้งบางกะเจ้า 2050”

 

จากเวทีแลกเปลี่ยนอย่างเข้มข้นครั้งนี้ ชาวบ้านคุ้งบางกะเจ้า ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่รัฐรวมกว่า 140 คน ได้ร่วมกันสะท้อนความคิดเห็น เพื่อเปลี่ยนโจทย์ของการพัฒนาเป็นยุทธศาสตร์ที่จะสามารถทำได้จริง และนำมาซึ่งข้อสรุปแนวทางขับเคลื่อน 5 ด้านสำคัญ 

  1. ทำเกษตรมูลค่าสูง หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย แปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มราคา และพัฒนาเป็น “ชุมชนอาหารสุขภาพ”
  2. พลิกปัญหาน้ำเค็ม ดินเค็ม ให้เป็นโอกาส ทดลองวิธีเพาะปลูกที่เหมาะกับพื้นที่ และส่งเสริมพืชทนเค็ม
  3. ใช้เทคโนโลยีจัดการน้ำ เชื่อมข้อมูลการเปิดปิดประตูน้ำกับข้อมูลน้ำเค็มและน้ำจืด โดยให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมดูแลจัดการ
  4. ผูกเกษตรกับการท่องเที่ยว นำพืชท้องถิ่น วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สร้างรายได้เข้าชุมชน
  5. แก้กฎที่เป็นอุปสรรค ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้าน ทบทวนข้อกำหนดที่ทำให้พัฒนาพื้นที่ได้ยาก และหาแรงจูงใจให้เจ้าของที่ดินกับผู้ดูแลพื้นที่สีเขียว

 

กิจกรรมครั้งนี้เป็นการต่อยอดกระบวนการทำงาน ตั้งแต่งาน “ฟังเสียงบางกะเจ้า” เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ซึ่งชุมชนได้ร่วมกันเลือกภาพอนาคตในแนวคิด “ความหลากหลายสู่รายได้ที่ยั่งยืน” ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญจะนำประเด็นทางสังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และนโยบายมาวิเคราะห์เชิงลึกเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 รวมถึงการศึกษาแนวทาง “การจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ดูแลระบบนิเวศ” (Payment for Ecosystem Services: PES) เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและเป็นธรรมแก่ผู้ที่ดูแลรักษาธรรมชาติ

 

 

 

 

 

 

กระบวนการทั้งหมดนับเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างต้นแบบ “เศรษฐกิจที่เป็นบวกต่อธรรมชาติ” (Nature Positive Economy) บนฐานคิดความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Justice) ขับเคลื่อนโดยศูนย์ RUBEA คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแกนหลัก ร่วมกับ GSEI, สสส., เครือข่าย RoLD Fellows, Forest Guardians และ LANDPROCESS โดยมี TIJ เป็นผู้สนับสนุนหลัก เพื่อร่วมขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

 

 

จากพิมพ์เขียวพื้นที่ สู่ข้อเสนอระดับโลก

 


ข้อสรุปทั้งหมดจะถูกนำไปจัดทำเป็น “พิมพ์เขียวบางกะเจ้า 2050” (Bang Kachao 2050 Living Blueprint) แผนพัฒนาที่มีชีวิต ปรับปรุงได้ต่อเนื่อง และนำไปทดลองปฏิบัติจริง โดยข้อเสนอเชิงนโยบายจะถูกผลักดันเข้าสู่แผนปฏิบัติการแห่งชาติ ภายใต้ความร่วมมือภาครัฐระบบเปิด (OGP) เพื่อให้บางกะเจ้าเป็นพื้นที่ต้นแบบระดับประเทศ


นอกจากนี้ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 จะมีการจัดกิจกรรม “Financing a Nature-Positive Urban Economy: The Bang Kachao Commitment” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026) และได้รับการรับรองให้เป็นกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 โดยมีกิจกรรม Show & Share เชื่อมโยงเสียงของชุมชนเข้ากับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสถาบันการเงิน ในการร่วมกันออกแบบกลไกทางการเงินสีเขียวและระบบ PES ที่ตอบแทนผู้ดูแลธรรมชาติอย่างเป็นธรรมด้วย

Back
chat