ยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานและเพิ่มความพึงพอใจต่อการได้รับการเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ของเรา

รายละเอียดเพิ่มเติม
“หลักนิติธรรมเป็นเครื่องมือที่จะนำพาสังคมให้เกิดศักยภาพในการแข่งขัน”
 
ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวในเวที Side Stage หัวข้อ “สินบนข้ามชาติ กฎใหม่ที่ธุรกิจไทยต้องรู้ (OECD Anti-Bribery Convention)” งานเสวนา “เส้นทางไทยสู่ OECD: จากแผนงานสู่ความพร้อม” ในงาน GCNT EEPO 2026 ซึ่ง TIJ ร่วมกับ UN Global Compact Network Thailand สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และกระทรวงการต่างประเทศ จัดขึ้น
 
 

 
การเสวนาในเวทีครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติร่วมเสวนาจาก นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ ดร. มานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT และดำเนินรายการโดย ปภัสรา เพ็ชร์ณรงค์ พิธีกรจาก THE STANDARD
 
 
 

หลักนิติธรรมดี ช่วยให้ GDP โต

 

 
 
ผู้อำนวยการ TIJ กล่าวถึงภาพรวมหลักนิติธรรมว่า เป็นเครื่องมือที่จะนำพาสังคมให้เกิดศักยภาพในการแข่งขัน โดยหากเป็นโรงเรียน ก็เปรียบเสมือนกฎกติกาในโรงเรียนที่ใช้ได้เท่าเทียม ไม่มีการบังคับใช้แบบสองมาตรฐาน คาดเดาผลลัพธ์ได้ และนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นในกติกา ทำให้สังคมมีความน่าเชื่อถือ และดึงดูดให้ผู้ลงทุนมีความสนใจที่จะเข้ามาร่วมแข่งขัน ส่งผลให้ประเทศสามารถพัฒนาต่อไปได้ ดังจะเห็นได้จากในประเทศที่มีหลักนิติธรรมดี การเติบโตของ GDP จะดีตามไปด้วย
 
 
สำหรับประเทศไทย ดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมที่จัดทำโดย World Justice Project ปีล่าสุด ใน พ.ศ. 2568 พบว่า ไทยได้คะแนนอยู่ที่ 0.5 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานโลกที่ 0.56 โดยเป็นอันดับที่ 10 จาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และอยู่ในอันดับที่ 77 จาก 144 ประเทศทั่วโลก ส่วนที่ได้คะแนนน้อยอย่างเห็นได้ชัดคือด้านการปราศจากคอร์รัปชัน (Absence of Corruption) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ 2.4 เจ้าหน้าที่รัฐในฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนตน (Government officials in the legislative branch do not use public office for private gain)
 
 
ดร.พิเศษ กล่าวด้วยว่า เหตุที่ทำให้หลักนิติธรรมถดถอย กติกาไม่เป็นกติกานั้นเกิดจาก หนึ่ง คนไม่รู้ สอง มีอิทธิพลกดดันให้ไม่เป็นกติกา และข้อสุดท้ายคือ การคอร์รัปชัน ซึ่งเห็นได้ว่าสถานการณ์หลักนิติธรรมไทยในขณะนี้ยังสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ โดยอ้างอิงจากมาตรฐานระหว่างประเทศ และการเข้าสู่ OECD จะเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยจัดการปัญหาท้าทายนี้ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
 
 
 

ปิดช่องคอร์รัปชัน - ส่งเสริมเปิดข้อมูล ประชาชนร่วมเป็นสายลับจับทุจริต

 
 
 
ในเวทีเดียวกัน ผู้เข้าร่วมเสวนายังได้แลกเปลี่ยนถึงแนวทางการแก้ไขและปรับปรุงกฎหมาย เช่น กฎหมาย ป.ป.ช. เรื่องที่เกี่ยวกับความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ (Foreign bribery) และความรับผิดของนิติบุคคล การห้ามไม่ให้นำสินบนไปคำนวณภาษี (Non-tax deductibility of bribes) และกลไกการทำข้อตกลงนิติบุคคลในคดีทุจริต ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ (Public Integrity) ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อปิดช่องโหว่การคอร์รัปชันและการติดสินบนที่เป็นไปเพื่อให้ได้รับความสะดวก พ้นจากความผิด ได้รับโอกาส และได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยพบด้วยว่ามีการทุจริตเชิงข้อมูลเพิ่มขึ้นด้วย
 
 
พร้อมกันนี้ ยังเสนอแนวทางจัดการปัญหาคอร์รัปชัน โดยย้ำถึงการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบการทำงานภาครัฐ การปกป้องคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblowers) และการใช้กฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-Slapp) อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ภาครัฐก็ต้องทำงานเชิงรุก มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ลดการใช้ดุลยพินิจ การเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ โดยข้อมูลที่เปิดเผยนั้นต้องเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปต่อยอด ขยายผล และวิเคราะห์ได้ รวมทั้งมีการจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล อันเป็นแนวทางการจัดการการทุจริตตามกรอบของ OECD
 
 
 
 
ดร.พิเศษ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า นอกจากความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชันแล้ว ยังจำเป็นต้องแก้ปัญหาเชิงกระบวนการ โดยมองมุมใหม่ว่าการคอร์รัปชันเกี่ยวข้องกับเราทุกคน ประชาชนต้องได้มีส่วนร่วมและมีบทบาทในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐ ได้ใช้ข้อมูลเปิด (Open Data) เพื่อสร้างความโปร่งใสในการทำงานภาครัฐ เมื่อมีประชาชนจับตามอง จะเป็นการเพิ่มต้นทุนการทุจริต ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่จำเป็นในการจัดการคอร์รัปชัน
 
 
 
 
 
หัวข้อเสวนานี้เป็นส่วนหนึ่งของเสวนาใหญ่ที่กล่าวถึงประเด็นการถอดรหัสเส้นทางไทยสู่ OECD ไทม์ไลน์สำคัญที่ภาครัฐและภาคธุรกิจต้องจับตา และ OECD Business Playbook: ธุรกิจไทยต้องปรับตัวอย่างไรเมื่อกติกาเปลี่ยน พร้อมแนวทางสำหรับ SMEs เพื่อเตรียมความพร้อมสังคมให้เข้าใจถึงสถานการณ์ของประเทศไทย หลังจากที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิกของ OECD ภายในปี พ.ศ. 2571 ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อกฎเกณฑ์และมาตรฐานที่ภาคธุรกิจไทยต้องปรับตัว โดยจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 13.30 - 15.30 น. ที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เวสท์ ชั้น 3
Back
chat