ยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานและเพิ่มความพึงพอใจต่อการได้รับการเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ของเรา

รายละเอียดเพิ่มเติม
เพราะโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชนติดชายแดนที่ห่างไกลต้องปิดตัวลงเนื่องจากมีจำนวนนักเรียนไม่มากพอ มีเด็กคนหนึ่ง ต้องหลุดจากระบบการศึกษาเพราะความยากจนทำให้ไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนในเมืองได้ ความยากจนบีบบังคับให้เด็กคนนี้ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงิน
 
 
ในที่สุด “เด็กที่เคยตั้งใจเรียนหนังสือ” เปลี่ยนสถานะกลายเป็นเด็กส่งยาเสพติดที่ได้เงินมากกว่าอาชีพทั่วไปที่คนขาดการศึกษาจะสามารถหางานทำได้ เขาเปลี่ยนจากเส้นทางไปโรงเรียนไปเป็นทางเดินเข้าสู่สถานพินิจ ขาดโอกาส เมื่อออกมาแล้วก็ยังกลายเป็นผู้กระทำผิดซ้ำ
 
 
ถ้าคุณมองกลับไปที่เด็กคนนี้ ... ถ้าคุณออกแบบระบบที่จะช่วยไม่ให้เหตุการณืเช่นนี้เกิดขึ้น คุณอยากเห็นระบบอะไรบ้าง ที่มีความยุติธรรมกับเด็กคนนี้
 
 
 
“ปัญหายาเสพติดกับเยาวชนตามแนวชายแดน” เป็น 1 ใน 3 Persona ที่นำมามาเป็นประเด็นพูดคุยในโครงการ “ปักหมุดอนาคตกระบวนการยุติธรรมสู่การสร้างสังคมที่เป็นธรรม” ซึ่งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย TIJ ร่วมมือกับ ร่วมมือกับสถาบันนโยบายสาธารณะ (School of Public Policy) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำงานวิจัยเพื่อออกแบบ ระบบยุติธรรมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-Centered Justice) จัดเป็นเวทีการพัฒนานโยบายเพื่อสร้างอนาคตที่เป็นธรรม ภาคเหนือ เมื่อวันที่ 17 กรกรฎาคม 2569 เชิญชวนทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักศึกษา และตัวแทนกลุ่มเยาวชน มาช่วยกัน “ออกแบบความยุติธรมใหม่” ที่มาจากความต้องการของประชาชนที่อาจเป็นผู้ได้รับความไม่ยุติธรรมจากระบบเดิม
 
 
ปัญหาเศรษฐกิจความยากจนของคนในชุมชน ... การยุบโรงเรียนขนาดเล็กเพราะระบบการศึกษาใช้ผลกำไร-ขาดทุนมาเป็นหลักเกณฑ์พิจารณาความอยู่รอดของโรงเรียนทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา ... หรือแม้แต่การมีค่านิยมในชนบทว่าลูกเป็นสมบัติของพ่อแม่และมีหน้าที่ต้องพยายามหาเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ตามขนบธรรมเนียม ... ทั้งหมดนี้เกิดจากการวิเคราะห์เชิงลึกลงไปเพื่อหาต้นตอของการเกิดปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเชื่อมโยงผูกพันอยู่กับมิติของความยากจน ปัจจัยทางเศรษฐกิจ โอกาสในการศึกษาและการประกอบอาชีพ รวมไปถึงแนวทางที่รัฐยังคงใช้วิธีการปราบปรามจับกุมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเข้มงวดจนทำให้เยาวชนที่ก้าวพลาดไปแล้วไม่มีเส้นทางในการกลับคืนคู่สังคมได้
 
 
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มนี้ เสนอให้รัฐต้องทบทวนเรื่องระบจัดการศึกษาให้ทั่วถึงโดยดูแลทั้งนักเรียนละคุณภาพชีวิตของครูที่ต้องมาอยู่ในที่ห่างไกล รัฐควรลงทุนกับรูปแบบที่เรียกว่า “จิตสังคม” คือ นำนักจิตวิทยามาร่วมงานกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เพื่อหันเหเยาวชนที่ก้าวพลาดไปในเรื่องยาเสพติดให้มีทางเลือกในการรักษาโดยใช้แนวทางทางจิตสังคม หรือใช้แนวทางลดอันตรายจากการใช้ยา (Harm Reduction) เพื่อให้เยาวชนกลุ่มนี้ไม่มีประวัติต้องโทษคดียาเสพติด ยังมีโอกาสได้กลับมาเรียน ทำงาน และคืนสู่งสังคมได้ เป็นแนวทางแก้ปัญหายาเสพติดในระยะยาว
 
 
 
เยาวชนอายุ 18 ปี เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดัง โทรศัพท์ไปบอกพ่อแม่ว่าถูกคนร้ายจับตัวไว้ ต้องส่งเงินมา 2.5 แสนบาทจึงจะปลอดภัย
 
 
Persona นี้ เกิดขึ้นเพราะเยาวชนคนดังกล่าว ได้รับโทรศัพท์จากแก๊งสแกมเมอร์และถูกหลอกให้โอนเงินไป 2.5 แสนบาทเพื่อจบปัญหา เธอจึงโทรไปหลอกขอเงินจากผู้ปกครองอีกที และเมื่อผู้เสียหายพยายามไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ตำรวจก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน เพราะมีภาระงานอื่นต้องทำ มีขอบเขตอำนาจจำกัดไม่สามารถไปหยุดยั้งเส้นทางการโอนเงินและไม่สามารถก้าวล่วงไปที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้
 
 
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม วิเคราะห์ร่วมกันว่า ปัญหานี้ เกิดจาก Keyword ที่เรียกว่า ภูมิวัฒนธรรม ที่ทำให้ระบบยุติธรรมทำงานไม่ได้ เช่น ตำรวจชั้นผู้น้อยจัดการคดีไม่ได้ ต้อง Upskill Reskill ... ผู้เสียหาย ได้รับความบอบช้ำเพิ่มเติมจากคอมเม้นแย่ ๆ ในโลกออนไลน์ พร้อมเสนอว่า นี่เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามพรมแดนที่ซับซ้อน จึงไม่สามารถใช้ระบบราชการปกติมาแก้ไขได้ แต่ต้องทำโดยการอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สื่อ ที่เรียกว่า public private partnership ซึ่งต้องเริ่มจากเจตจำนงค์ทางการเมืองของรัฐบาล
 
 
 
“คนบนดอยเผาป่า ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5”
 
 
นี่เป็นปัญหา Persona ใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย เมื่อคนบนดอย หรือ กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่อาศัยในป่า กลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นตอของปัญหา PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างรุนแรง โดยไม่เคยมีกระบวนการค้นหาข้อเท็จจริง
 
 
เมื่อคนในเมืองกล่าวหาว่าคนบนดอยเป็นต้นเหตุของฝุ่นจากการเผา เจ้าหน้าที่รัฐก็เข้าตรวจค้น จับกุม จากนั้นรัฐก็ออกนโยบายห้ามเผา ชาวบ้านต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต โดยที่ยังไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อมูลหรือให้ความคิดเห็นเลย
 
 
ชุมชนต้องมีกติกาในการเผาไร่ และทำตามกติกาอย่างเคร่งครัด ... มีการพัฒนาทางเลือกในการทำเกษตรอื่น ๆ ไปให้องค์ความรู้กับชาวบ้าน ... เมือง ต้องลงทุนกับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ... ผู้ป่วยในพื้นที่เสี่ยงที่มีฝุ่นรุนแรง ต้องเข้าถึงหลักประกะนสุขภาพ โดยต้องบรรจุให้การตรวจปอดเป็นหนึ่งในบริการที่รัฐจัดสรรให้
 
 
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มนี้ ย้ำว่า รัฐควรยอมรับว่าปัญหาในท้องถิ่นต้องให้ชุมชนร่วมจัดการ ควรมีนโยบายที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต เคารพสิทธิมนุษยชน แก้ปัญหาด้วยข้อมูลทางวิชาการมากกว่าการใช้วาทกรรมสร้างผู้ร้าย ... และสุดท้าย มีข้อเสนอว่า ปัญหา PM 2.5 เป็นหนึ่งในปัญหาที่ต้องเริ่มจากกระบวนการมีส่วนของคนในท้องถิ่นทุกภาคส่วน ไม่ใช่เริ่มจากการสั่งการมาจากส่วนกลาง ดังนั้นชาวเชียงใหม่บางส่วนมีความสนใจที่จะสนับสนุนให้เชียงใหม่เปลี่ยนสถานะเป็นเขตปกครองพิเศษเหมือนกับกรุงเทพมหานคร
 
 
ถ้า ...เราทุกคน คนใกล้ตัว คนที่เรารัก อาจมีโอกาสกลายเป็นคนที่เปราะบางที่สุดได้จากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเช่นกัน เราอาจกลายเป็นคนที่ไม่ได้รับความไม่เป็นธรรมจากระบบยุติธรรมแบบเดิมได้เช่นกัน
 
 

ระบบยุติธรรมในอนาคตแบบไหน ที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

 
โครงการ “ปักหมุดอนาคตกระบวนการยุติธรรมสู่การสร้างสังคมที่เป็นธรรม” จึงชวนให้ผู้เข้าร่วมวิเคราะห์เชิงลึกให้มองลงไปเพื่อค้นหา “ปัญหา” ที่ซ่อนอยู่ลึกลงไปจากปัญหาที่มองเห็นอยู่แล้ว ... เพื่อค้นหาว่า ระบบ โครงสร้าง ค่านิยม ความเชื่อ วาทกรรมที่ถูกผลิตซ้ำจนกลายเป็นความเคยชิน และทำให้เกิดปัญหาคืออะไร และเราสามารถจินตนาการไปถึงระบบยุติธรรมใหม่ที่จะช่วยทำให้คนที่เปราะบางที่สุดได้รับความยุติธรรมได้อย่างไร
 
 
โครงการปักหมุดอนาคตกระบวนการยุติธรรมสู่การสร้างความเป็นธรรมในสังคม จัดเวทีในรูปแบบเดียวกันนี้ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยจะวิเคราะห์ตามสภาพปัญหาที่ต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ และจะจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสู่รัฐบาล เพื่อนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นพัฒนาระบบยุติธรรมไทยให้เป็นระบบยุติธรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป
Back
chat