TIJ จับมือ UN Women รณรงค์สนับสนุนความตระหนักเรื่องเพศในกระบวนการยุติธรรม

 

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ และองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Women ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานความร่วมมือระหว่างสององค์กรและเปิดเผยผลวิจัยของสถาบันยุติธรรมอย่างเป็นทางการ  โดยมีการเผยแพร่งานวิจัย 2 หัวข้อ ได้แก่ “ผู้หญิงในฐานะผู้สร้างความยุติธรรม” (Women as Justice Makers) และ “ความยุติธรรมในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องเพศ – กรณีศึกษาเรื่องมาตรการปฏิบัติที่ดีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการจัดการความรุนแรงต่อผู้หญิง” (Towards Gender-responsive Criminal Justice: Good Practices from Southeast Asia in Responding to Violence against Women”  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ต้นแบบ

 

รายงานขององค์การอนามัยโลกเมื่อปี ค.ศ. 2013 ระบุว่า ผู้หญิง 2.5 พันล้านคนทั่วโลกเคยประสบปัญหาความรุนแรงมาก่อน โดยร้อยละ 28 ของผู้หญิงที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นถูกกระทำโดยคู่ครอง  ความรุนแรงต่อผู้หญิงถือเป็นอาชญากรรมที่ไม่มีการรายงานทั้งในภูมิภาคนี้ และภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก ส่วนหนึ่งเมื่อเกิดความรุนแรง เหยื่อมักเกิดความอาย ความหวาดกลัว  หรือเกรงว่าจะเสียชื่อเสียง  อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้หญิงที่ถูกกระทำ ออกมาร้องเรียนกลับได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมหรือขาดความละเอียดอ่อนจากเจ้าหน้าที่ อัยการหรือผู้พิพากษา  และในหลาย ๆ กรณี ความรุนแรงถูกทำให้เป็นเรื่องที่บางเบา ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักถูกกล่าวหาเสียเอง  ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากรู้สึกเหมือนถูกล่วงละเมิดซ้ำ

 

ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “แน่นอนว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่รุนแรงจริง ๆ ”

 

ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ อธิบายว่า การที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกันนั้น มีความสำคัญมากในการดูแลคดีที่เกี่ยวกับการกระทำรุนแรงต่อผู้หญิง  ทุกหน่วยงานต้องผสานกำลังกัน “ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย อัยการ ผู้พิพากษา ผู้เคราะห์ร้ายเอง เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด้านนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความร่วมมือจากองค์กรต่าง ๆ ภายใต้องค์การสหประชาชาติ ตลอดจนสถาบันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”

 

รายงานเรื่อง “ผู้หญิงในฐานะผู้สร้างความยุติธรรม” มุ่งเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีผู้หญิงในกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและความตระหนักในเรื่องความละเอียดอ่อนทางเพศในระบบยุติธรรมทางอาญา การละเลยหรือไม่ตระหนักในเรื่องดังกล่าว อาจจะเกิดจากสาเหตุที่หลากหลาย รวมถึงการที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นเพศชาย ล้วนทำให้ความรุนแรงต่อผู้หญิงแย่ลง  ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างความเสมอภาคของผู้หญิงในระบบยุติธรรม โดยจะต้องมีนักกฎหมาย ตำรวจ อัยการ หรือผู้พิพากษาที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น

 

ส่วนรายงานเรื่อง “ความยุติธรรมในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องเพศ” นำเสนอตัวอย่างที่ดีที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   และสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีกรอบนโยบายด้านกฎหมายที่ครบถ้วนและอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน หรือที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ต้นแบบ  ตลอดจนอยู่ในกรอบการปฏิบัติที่ดี  ซึ่งครอบคลุมการป้องกันอาชญากรรมอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การตรวจสอบ การพิพากษา และการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด

 

นางสาวแอนนา-คาริน แจทฟอร์ส  ผู้อำนวยการสำนักงาน UN Women ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “มีผู้หญิงและเด็กหญิงจำนวนมากที่ยังคงตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ถูกเอาเปรียบ หรือถูกละเมิด แต่ขาดความรู้ว่ามีเครื่องมือใดบ้างที่จะช่วยเหลือพวกเขา และไม่ทราบสิทธิทางกฎหมายของตนเองในการเรียกร้องความยุติธรรม”

 

รายงานทั้งสองฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่ TIJ และ UN Women จัดขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และเสริมศักยภาพในด้านกฎหมายให้แก่ผู้มีหน้าที่รักษากฎหมายและผู้ที่มีส่วนในการสร้างความยุติธรรม และเพื่อกำจัดความรุนแรงต่อผู้หญิง ช่วยทำให้ผู้หญิงเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และสร้างความตระหนักถึงความจำเป็นที่กระบวนการยุติธรรมนั้นจะต้องใช้ความละเอียดอ่อนในเรื่องที่เกี่ยวกับเพศ

 

นางสาวแอนนา-คาริน แจทฟอร์ส กล่าวเสริมว่า “ผู้หญิงจะต้องรู้สึกว่าตนเองได้รับความเคารพและได้รับการปกป้องในกระบวนการยุติธรรมเมื่อรายงานเหตุเกี่ยวกับความรุนแรงหรือการล่วงละเมิดทางเพศ และผู้กระทำความรุนแรงต่อผู้หญิงจะต้องได้รับผลทางกฎหมายจากการกระทำความผิดนั้น”

 

ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ ย้ำถึงความสำคัญที่ทุกฝ่ายทุกระดับจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อ “ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง  ส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาคระหว่างเพศ และร่วมกันสร้างความสันติ ยุติธรรมและสังคมที่เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนอันจะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจสำหรับทุกคนต่อไป”

 

TIJ ได้ส่งเสริมการดำเนินการเพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการป้องกันอาชญากรรมและการสร้างความยุติธรรมทางอาญา  ตลอดจนการนำข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิงมาปฏิบัติ รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงความยุติธรรมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น นอกจากนั้นยังได้จัดทำงานวิจัย ตลอดจนการรวบรวมองค์ความรู้ พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมสำหรับ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลเหล่านี้มีความตระหนักในการปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังในเรื่องเกี่ยวกับเพศ

 

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดงานวิจัยได้ที่

 “Women as Justice Makers” 

“Towards Gender-responsive Criminal Justice: Good Practices from Southeast Asia in Responding to Violence against Women”