TIJ Background

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ Thailand Institute of Justice (TIJ) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้าน การวิจัยและการพัฒนากระบวนการยุติธรรม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ประเทศไทยในกรอบความร่วมมือกับสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกัน อาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา เชื่อมโยงแนวคิดตามหลัก สากลสู่การปฏิบัติในระดับประเทศ และในภูมิภาคอาเซียน

ภารกิจสำคัญของ TIJ ประการหนึ่ง คือการส่งเสริมให้เกิดการอนุวัติ “ข้อกำหนดกรุงเทพ” หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อ ผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่ไม่ใช่ การคุมขังสำหรับผู้กระทำความผิด หญิง (UN Bangkok Rules)รวมถึงส่งเสริมมาตรฐานสหประชาชาติ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านเด็กและสตรีในกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งยังทำหน้าที่ขับเคลื่อนประเด็นสำคัญต่างๆ ในเวทีระหว่างประเทศ เช่น หลักนิติธรรม การพัฒนา สิทธิมนุษยชน สันติภาพ และความมั่นคง

นอกจากนี้ TIJ ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะหน่วยงานที่ มีความเป็นเลิศด้านการวิจัยและมีศักยภาพด้านการป้องกันอาชญากรรม การพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญา และส่งเสริมหลักนิติธรรม โดยในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime – UNODC) ได้รับรองสถานะให้ TIJ เป็นสถาบันเครือข่ายแผนงานสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (United Nations Programme Network Institutes – PNIs) โดยเป็นสถาบัน PNI ลำดับที่ 18 ของโลก และเป็นสถาบันแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ PNI

TIJ ถือเป็นองค์การมหาชนที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล แต่ปฏิบัติงานขึ้นตรงกับคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญในหลายแขนง และผู้บริหารองค์กรต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลและกำหนดนโยบาย กรอบยุทธศาสตร์ แผนงานของสถาบันฯ และมีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นประธานคณะที่ปรึกษาพิเศษ

ABOUT PNI

สถาบันเครือข่ายแผนงานสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (United Nations Programme Net work Institutes – PNIs) เป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญในการ สนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการแก่คณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการ ป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice – CCPCJ) โดยนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและการส่งเสริมการปฏิบัติของประเทศสมาชิก ควบคู่ไปกับการพัฒนางานศึกษา วิจัย ฝึกอบรม และเข้าร่วมการ ประชุมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น หลักนิติ ธรรม การพัฒนาอย่างยั่งยืน สิทธิมนุษยชน และสันติภาพและความมั่นคง ที่องค์การสหประชาชาติจัดขึ้น

ในปี 2561 มีสถาบัน PNI รวมทั้งสิ้น 18 แห่ง ในจำนวนนี้สถาบันที่เก่าแก ที่สุดที่เข้าร่วมในเครือข่าย ได้แก่ สถาบันป้องกันอาชญากรรมและการ ปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดของสหประชาชาติภาคพื้นเอเชียและตะวันออกไกล (UNAFEI) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2505 โดยทำหน้าที่เป็นตัวแทน ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกไกล สำหรับ 4 สถาบันล่าสุดที่ได้เข้า ร่วมเป็นสถาบัน PNI ประกอบด้วย Korean Institute of Criminology (KIC) สาธารณรัฐเกาหลีใต้ College for Criminal Law Science of Beijing Normal University (CCSL) สาธารณรัฐประชาชนจีน และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)

ประโยชน์ต่อประเทศไทย

  • ช่วยสร้างบทบาทนำของไทยในเวทีระหว่างประเทศและในเวทีอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้เสาหลักประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในระยะยาว
  • เป็นปัจจัยในการสร้างเสริมความเข้มแข็งทางวิชาการให้แก่หน่วยงานของไทย โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่าย PNI ทั่วโลก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบงานยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและการพัฒนาด้านศักยภาพของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

TIJ VISION&MISSION

วิสัยทัศน์ (Vision)

เป็นผู้ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลง (Promoter of Change) ด้านการยกระดับกระบวนการยุติธรรม และเชื่อมโยงหลักนิติธรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย อาเซียน และระดับสากล

พันธกิจ (Mission)

  • ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขัง หรือ “Bangkok Rules” เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินกระบวนการยุติธรรมแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • ศึกษา วิจัย และเผยแพร่มาตรฐานและบรรทัดฐานของสหประชาชาติเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา รวมทั้งแนวทางในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดและการช่วยเหลือผู้กระทำผิดหลังพ้นโทษให้กลับคืนสู่สังคม เพื่อนำไปสู่การพัฒนากระบวนการยุติธรรมแห่งประเทศไทยและต่างประเทศ
  • ส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมอันจะนำไปสู่สังคมแห่งความยุติธรรม
  • เป็นศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศระดับนานาชาติด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญาในด้านการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดโดยจะเน้นความร่วมมือกับสหประชาชาติสถาบันสมทบ (Programme Network Institute) และความร่วมมือในกรอบอาเซียน
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของกระบวนการยุติธรรมของไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติเพื่อให้เกิดความร่วมมือทางด้านกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ

Strategic
Direction & Plans

เชื่อมแนวทางปฏิบัติภายในประเทศให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติและบรรทัดฐานระหว่างประเทศและสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรมความยุติธรรมทางอาญาและหลักนิติธรรม

เพื่อนำไปสู่การสร้างความยุติธรรมที่เท่าเทียมกันในสังคมเพื่อเป็นพื้นฐานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ประเด็นยุทธศาสตร์ (Strategic Agenda)

  • ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1
    การอนุวัติมาตรฐานและบรรทัดฐานของสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาในกลุ่มผู้เปราะบาง โดยเฉพาะ ข้อกำหนดกรุงเทพ และการส่งเสริมสิทธิของผู้หญิงและเด็ก
  • ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2
    การส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรมเพื่อรองรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3
    การสร้าง ประยุกต์ใช้ เผยแพร่ องค์ความรู้ของหน่วยงานเพื่อสนับสนุนประเด็นนโยบายด้านกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นใหม่ในสังคมและภูมิภาค
  • ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4
    การเสริมบทบาทองค์กรในการเป็น Active PNI และสร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานในเครือข่าย UN-PNI ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นักวิชาการและกลุ่มเยาวชน ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
  • ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5
    การปรับระบบการพัฒนาองค์กร และการบริหารจัดการให้เข้มแข็งทันสมัย และมีประสิทธิภาพ สามารถสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในระดับนานาชาติ

เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์

  • ประเทศไทยมีองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรม การป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากลและสามารถเผยแพร่ได้ในระดับนานาชาติ
  • มีหน่วยงานเครือข่าย UN-PNI และเครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินนโยบาย รวมทั้งกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่เพื่อเป็นแนวร่วมในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงในสังคม
  • สถาบันฯ เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับสากล กลายเป็นองค์กรเป้าหมายของนักวิชาการทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สามารถดึงดูดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ให้มาทำงานร่วมกับ TIJ

กิจกรรมหลัก (Key Activities)

ในแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ จะต้องให้ความสำคัญกับกิจกรรมเชิงวิชาการแบบหวังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของ TIJ ในภาพรวม ดังนี้

  • งานวิจัย (Research and Development)
    เน้นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านงานวิจัยและฐานข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรม การป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาให้สอดคล้องกับหลักสากล และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่มีคุณภาพ

    คุณลักษณะของงานวิจัยที่ TIJ ให้ความสำคัญจะครอบคลุมถึง งานวิจัยเชิงประจักษ์ (Evidence-based) ที่มีกลุ่มผู้ใช้ชัดเจน (Users) งานวิจัยเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระดับนโยบาย งานวิจัยเพื่อผลักดันให้เกิดมาตรฐานระหว่างประเทศที่ยังไม่มี (Standard and Norms) งานวิจัยเพื่อปรับปรุงมาตรฐานระหว่างประเทศที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น งานวิจัยเพื่อส่งเสริมมาตรฐานที่ดีอยู่แล้วให้สามารถนำมาปฎิบัติใน Local practices ได้ทั้งในประเทศไทยและหรือประเทศอื่นๆ ซึ่งการทำวิจัยลักษณะดังกล่าวจะเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตและสั่งสมองค์ความรู้ของ TIJ ในการนำไปขยายผลและต่อยอดให้กิจกรรมด้านอื่นๆสามารถกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • งานผลักดันเชิงนโยบาย (Policy Advocacy)
    TIJ สามารถนำองค์ความรู้ที่มีเป็นเครื่องมือในการเสนอให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและให้คำปรึกษากับหน่วยงานด้านนโยบายและปฏิบัติทั้งภายในประเทศและในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวสามารถยกระดับการทำงานด้านการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ผ่านโครงการลักษณะต่างๆ อาทิ การทำโครงการรณรงค์เพื่อความตระหนักรู้ด้านการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก โครงการพัฒนาเรือนจำต้นแบบตามข้อกำหนดกรุงเทพ การสัมมนาแนวทางปฏิบัติที่ดีสำหรับนโยบายด้านยาเสพติดในต่างประเทศ เป็นต้น
  • งานพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Capacity Building)
    TIJ สามารถนำองค์ความรู้ที่มีมาเผยแพร่สู่กลุ่มบุคลากรเป้าหมายในกระบวนการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา พร้อมกับมุ่งพัฒนาองค์ความรู้และความสามารถของบุคลากรภาคส่วนอื่นในวงกว้าง ผ่านรูปแบบโครงการลักษณะต่างๆ อาทิ การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรฝึกอบรม และการแลกเปลี่ยนความคิดกันในระดับผู้ปฏิบัติงานทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือในลักษณะ Technical Assistance แก่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

Good
Governance

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย มีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีเพื่อ ประโยชน์ของประชาชน ผู้บริหารจึงได้วางนโยบายด้านการสร้างคุณธรรม และความโปร่งใสในหน่วยงาน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  • เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
  • เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ
  • เพื่อให้การดำเนินงานของภาครัฐเป็นที่ศรัทธา มั่นใจ และไว้วางใจจาก ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

นโยบายตามกรอบคุณธรรมและความโปร่งใส 6 ด้าน ของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย

  • ด้านความโปร่งใส
    มีนโยบายเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร และการดำเนินการตามภารกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ในหลายช่องทางอย่างครบถ้วนเป็นปัจจุบัน โดยยึดหลักความถูกต้องและความซื่อสัตย์สุจริต เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ เกิดความคุ้มค่า สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงมีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในกระบวนการดำเนินงานที่สำคัญและการร่วมตรวจสอบ ตลอดจนมีระบบการจัดการกับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส รวดเร็ว โดยยึดหลักความถูกต้องและความเป็นมืออาชีพของบุคลากร
  • ด้านความพร้อมรับผิด
    มีนโยบายบริหารงานและปฏิบัติงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักนิติธรรม และหลักภาระความรับผิดชอบ โดยยึดความถูกต้องตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบอย่างครบถ้วน เคร่งครัด และมีมาตรฐาน กระจายผลประโยชน์อย่างถูกต้อง ชอบธรรมและเสมอภาค พร้อมรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติทุกประการ และสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชนถึงการดำเนินงาน โดยมีวิสัยทัศน์อย่างมีคุณธรรมตาม
หลักธรรมาภิบาล ยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสและพร้อมรับผิดเมื่อเกิดความไม่เป็นธรรม หรือการทุจริตในองค์กร
  • ด้านความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน
    มีนโยบายบริหารงานอย่างมีคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล ยึดมั่นในการบริหารจัดการองค์กรให้ดำเนินงานตามภารกิจหลักด้วยความโปร่งใสและปราศจากการทุจริตเชิงนโยบายและการทุจริตในหน้าที่ โดยมีมาตรการควบคุม กำกับติดตามอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน สิ่งของ หรือผลประโยชน์อื่นใดจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามหลักนิติธรรม หลักความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสถาบันฯ ทุกคนให้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนคู่มือป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างเคร่งครัด
  • ด้านวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร
    มีนโยบายสร้างความรู้ กระตุ้นจิตสำนึกเพื่อปลูกฝังและสร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับต่อการทุจริต จนก่อให้เกิดวัฒนธรรมในการร่วมต่อต้านการทุจริตได้ตามหลักนิติธรรม มีความละอายและเกรงกลัวที่จะทุจริต ตลอดจนพัฒนาระบบป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน รวมทั้งกำหนดแผนนโยบาย การสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มตรวจสอบถ่วงดุลการบริหารงานให้เกิดความถูกต้องโปร่งใสในองค์กร และมีการตรวจสอบถ่วงดุลในองค์กรอย่างมีคุณภาพ
  • ด้านคุณธรรมการทำงานในองค์กร
    มีนโยบายพัฒนามาตรฐาน ขั้นตอนการปฏิบัติงานตามภารกิจหลัก และเผยแพร่ให้ผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชนทั่วไปทราบอย่างชัดเจน ตลอดจนควบคุมดูแลให้นำมาตรฐานดังกล่าวไปปฏิบัติด้วยความเป็นธรรม เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และพัฒนามาตรฐานคุณธรรมการบริหารงบประมาณอย่างเป็นระบบตามหลักความโปร่งใส เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยยึดหลักความคุ้มค่าและตรวจสอบได้ รวมถึงพัฒนาการบริหารงานบุคล ซึ่งให้ความสำคัญกับการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และการมอบหมายงานด้วยความเป็นธรรม คำนึงถึงคุณสมบัติและประสบการณ์เพื่อประโยชน์ต่อองค์กร ประชาชน และประเทศชาติโดยรวม ตลอดจนมุ่งเน้นการส่งเสริม สนับสนุนในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานอย่างพอเพียง
  • ด้านการสื่อสารภายในองค์กร
    มีนโยบายที่จะถ่ายทอดเกี่ยวกับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานโดยการจัดทำประกาศเจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร และนโยบายการสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงาน ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดี เกิดแรงจูงใจร่วมกันปฏิบัติตามนโยบาย ด้วยการสื่อสารในเชิงรุกอย่างสร้างสรรค์โดยใช้ทั้งรูปแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย รวมทั้งใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามายกระดับคุณภาพการสื่อสารภายในองค์กรด้วย

    ดาวน์โหลด 
นโยบายการสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ 2561 
โครงการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของสถาบันฯ 2556-2558

Sustainable
Development Goals

TIJ ตระหนักว่า หลักนิติธรรม กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่มีประสิทธิ ภาพ และความเชื่อมั่นของประชาชน เป็นปัจจัยเกี่ยวเนื่องกันที่สำคัญต่อ การพัฒนาที่ยั่งยืนในภาพรวม จึงดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างหลักนิติธรรม ในสังคม ผ่านการพัฒนาศักยภาพ และการเผยแพร่ความรู้ และการปลูก ฝังวัฒนธรรมการเคารพกฎกติกาของสังคมผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนและกลุ่มเยาวชน